วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

Diary 4


Monday 17 Fubruary 2020
Time 12:30 - 15:30 o'clock
Today Learning About 
การเล่นเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
“การเล่นเพื่อการพัฒนาเด็ก”

     การเล่นเป็นกิจกรรมที่สำคัญยิ่งสำหรับเด็ก เพราะการเล่นเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเด็กการเล่นเป็นธรรมชาติของเด็กและเป็นโอกาสที่เด็กจะได้เรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆ ได้ด้วยตนเอง“การเล่น”นอกจากจะเป็นธรรมชาติของเด็กแล้วยังเป็นกิจกรรม
ที่ให้ความสุขสนุกสนานเพลิดเพลินแก่เด็ก โดยไม่มีการบังคับใดๆ ทั้งนั้น ยังเป็นวิธีการหรือแนวทางที่จะช่วยให้เด็กสามารถปรับตัวและเปลี่ยนแปลงความคิดความเข้าใจสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริงรอบๆ ตัว ให้เป็นผู้ที่มีความสามารถที่จะอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

     การเล่นพัฒนาเด็กอย่างไร เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า การเล่นให้คุณค่าและเป็นวิธีการเรียนรู้ที่ดีสำหรับเด็ก เช่น ถ้าเราสังเกตการเล่นน้ำ เล่นทราย การเล่นต่อบล็อก การเล่นตามมุมประสบการณ์ต่างๆ ฯลฯ จะเห็นว่า เด็กจะตั้งใจเล่นอย่างขะมักเขม้น มีสมาธิในการเล่นและมีโลกส่วนตัว ดังนั้น การเล่นจึงเป็นชีวิตจิตใจของเด็ก เด็กเรียนรู้สิ่งต่างๆ ทั้งตามธรรมชาติและมีเครื่องเล่นทางการศึกษาเข้าช่วยนักการศึกษาและครูสาขาการปฐมวัยศึกษามีความเห็นตรงกันว่า \"การเล่น\" เป็นวิธีการเรียนรู้ของเด็ก ที่ไม่มีใครสามารถเสนอให้รู้ได้ เพราะเด็กได้สืบค้นด้วยตัวเองได้พาตัวเองให้รู้จักโลกที่แท้จริง ได้รู้จักเวลาสถานที่ สิ่งของ สัตว์ รูปทรงต่าง ๆ และมนุษย์ กล่าวโดยสรุปก็คือ\"การเล่นคืองานของเด็ก\"การเล่นสิ่งที่เด็กพอใจ สุขใจ ได้สนุก ร่าเริง และนี่คือสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดสำคัญสำหรับเด็ก เด็กแต่ละคนจะมีวิธีการเล่นซึ่งพัฒนามาจากขั้นตอนการเล่น ซึ่งเรียกว่า พฤติกรรมการเล่น การเล่นของเด็กอาจเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ และความพร้อมของเด็ก ซึ่งสามารถแบ่งพฤติกรรมการเล่นของเด็กได้4 แบบ ดังนี้
1.การเล่นเลียนแบบ (Imitation) 
2.การเล่นสำรวจ (Exploration) 
3.การเล่นทดสอบ (Testing)
4.การเล่นสร้าง (Construction)      

ความต้องการของเด็ก และช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ตลอดจนการเรียนรู้ทางด้านจริยธรรม และช่วยให้เด็กได้รับความสนุกสนาน เด็กทุกคนจะเล่นทุกอย่างที่เขาพอใจ การเล่นจึงมีบทบาทและอิทธิพลต่อการพัฒนาการด้านต่างๆ สำหรับเด็ก ดังนี้  
1.การเล่นกับการพัฒนาการด้านร่างกาย การเล่นช่วยพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก ได้แก่ มือ นิ้ว มือ ประสาทสัมพันธ์ระหว่างมือ กับตา ดังนั้น จึงควรจัดของ   
2.การเล่นกับการพัฒนาการด้านสังคม การเล่นสอนให้เด็กมีเหตุผล รู้วิธีเล่นร่วมกับผู้อื่น หรือการอยู่ ร่วมกับผู้อื่น มีการให้อภัย ฝึกการให้รู้จักความสามัคคีทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม รู้จักเสียสละ    
3.การเล่นช่วยให้เด็กได้เข้าใจธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ถ้าโรงเรียนมีต้นไม้ให้เด็กสังเกต เช่น สังเกต พืช และสัตว์   
4.การเล่นเป็นการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็นการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก เช่น การเล่นบล็อก การเล่นสรรค์สร้าง ซึ่งเป็นการเล่นที่เปิดโอกาส

วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

Diary 3

Monday 3 Fubruary 2020
Time 12:30 - 15:30 o'clock



วันนี้อาจารย์ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์
 วันนี้ได้ทำ 3 กิจกรรมดังนี้

กิจกรรมที่ 1   อาจารย์แจกเชือกให้นักศึกษาทุกคนซึ่งมีขนาดไม่เท่ากัน ให้นำเชือกของแต่ละคนมาต่อกันให้เป็น เรือ 




กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมออกแบบเรือให้สนุก




กิจกรรมที่ 3 อาจารย์ให้นำกระดาษหนังสือพิมพ์มาออกแบบชุดให้แม่ย่านาง พร้อมให้ตั้งชื่อเรือ และบอกประวัติของแต่ละกลุ่ม






วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2563

Diary 2


Monday 27 January 2020Time 12:30 - 15:30 o'clock




วันนี้อาจารย์สอนเรื่องความคิดสร้างสรรค์และก็ให้จับกลุ่มคิดท่าทางแบบสร้างสรรค์เเละคิดท่าเรือตามความคิดของเราเอง

ความคิดสร้างสรรค์คือ ความคิดใหม่ ๆ แนวทางใหม่ ๆ ทัศนคติใหม่ ๆ ความเข้าใจและการมองปัญหาในรูปแบบใหม่ ผลลัพท์ของความคิดสร้างสรรค์ที่ชัดเจน คือ ดนตรี การแสดง วรรณกรรม ละคร สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมทางเทคนิค แต่บางครั้งความคิดสร้างสรรค์ก็มองไม่เห็นชัดเจน เช่น การตั้งคำถามบางอย่างที่ช่วยขยายกรอบของแนวคิดซึ่งให้คำตอบบางอย่าง หรือการมองโลกหรือปัญหาในแนวนอกกรอบ

องค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์

1.ความคิดริเริ่ม (Originality) มีลักษณะแปลกใหม่แตกต่างจากของเดิม / คิดดัดแปลง ประยุกต์เป็นความคิดใหม่
2.ความคิดคล่องตัว (Fluency)
2.1 ด้านถ้อยคำ (Word Fluency) หลากหลาย ใช้ประโยชน์ได้และไม่ซ้ำแบบผู้อื่น
2.2 ด้านความสัมพันธ์ (Associational Fluency) จากสิ่งที่คิดริเริ่มออกมาได้อย่างเหมาะสม
2.3 ด้านการแสดงออก (Expressional Fluency) เป็นความคิดที่สามารถนำเอา ความคิดริเริ่มนั้นมา แสดงออก ให้เห็นเป็น รูปภาพได้อย่างรวดเร็ว
2.4 ความคิดคล่องด้านความคิด (Ideational Fluency) เป็นการสร้างความคิดให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คิดได้ทันที ที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.ความคิดยืดหยุ่น (Flexibility) มีความเป็นอิสระคิดได้หลายๆอย่าง
4.ความคิดสวยงามละเอียดละออ (Elaboration) มีความรอบคอบ มีความคิดสวยงาม ด้านคุณภาพ มีความประณีต ในความคิดสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีคุณภาพในทุกๆด้าน

🌻🌽Activity Picture🌻🌽









วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2563

Diary1


Monday 20 January 2020
Time 12:30 - 15:30 o'clock

The knowledge gained (ความรู้ที่ได้รับ)

👉รูปแบบของ ทักษะการคิด (Thinking skill)👈


1. การคิดสร้างสรรค์ (Creative thinking) หมายถึง กระบวนการคิดในรูปแบบใหม่ๆ ความสามารถในการรับรู้ความคิดใหม่ ๆ และนวัตกรรมโดยแยกออกจากความคิดทฤษฎีกฎและขั้นตอนการทำงาน มันเกี่ยวข้องกับการวางสิ่งต่างๆด้วยกันในรูปแบบใหม่และจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์มักเรียกกันว่า "การคิดนอกกรอบ"

2. การคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical thinking) หมายถึง กระบวนการคิดในรายละเอียด ความสามารถในการแยกแยะส่วนต่างๆออกเป็นส่วนพื้นฐาน หรือส่วนย่อยๆ เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์ความเชื่อมโยง หรือความสัมพันธ์ของส่วนประกอบต่างๆ เป็นการคิดในเชิงตรรกะทีละขั้นตอนเพื่อแบ่งระบบข้อมูลขนาดใหญ่ออกเป็นส่วน ๆ เพื่อมาวิเคราะห์หาสาเหตุ หรือเป้าหมายที่ต้องการ

3. การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical thinking) หมายถึง กระบวนการคิดโดยใช้วิจารณญาณหรือการตัดสินอย่างรอบคอบ โดยใช้เหตุผลในการวิเคราะห์ประเด็น รวมทั้งการรวบรวมข้อมูลต่างๆรอบด้าน การสำรวจองค์ประกอบอื่น ๆ ที่อาจมีอิทธิพลต่อข้อสรุป เพื่อตรวจสอบพิจารณา ตัดสินและประเมินความถูกต้อง หรือสิ่งที่เป็นประเด็นในขณะนั้นๆ ให้แม่นยำ

4. การคิดเชิงกลยุทธ์ (strategic thinking) หมายถึง กระบวนการคิด โดยการวิเคราะห์และประเมินเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง และแนวทางการปฏิบัติ เพื่อตัดสินใจให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการอย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุด โดยเฉพาะในปัจจุบันที่สถานการณ์ของโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

5. การคิดเชิงมโนทัศน์ (Conceptual thinking) หมายถึง กระบวนการคิดในการเชื่อมโยงส่วนประกอบย่อยๆ หรือความสัมพันธ์ของข้อมูล เพื่อให้เห็นภาพใหญ่ หรือระบบได้อย่างชัดเจนและมีระบบ

6. การคิดเปรียบเทียบ (comparative thinking)หมายถึง กระบวนการคิดเพื่อพิจารณาสิ่งต่างๆ หรือเหตุการณ์ต่างๆที่มีลักษณะหรือความสัมพันธ์ที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และตัดสินใจ หรือเปรียบเทียบเพื่อแก้ไขปัญหาจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต เพื่อป้องกันอนาคต หรือแม้กระทั่ง เพื่อจุดประกายความคิดใหม่ๆ ให้ต่างจากของเดิม เป็นต้น

7. การคิดเชิงบวก (Positive thinking) หมายถึง กระบวนการคิดและเข้าใจในสิ่งที่เป็นทั้งด้านบวกและด้านลบ แล้วหาเรื่องราวดีๆ หรือมุมบวก ในเหตุการณ์หรือสิ่งต่างๆ ที่ได้พบเจอ เพื่อยอมรับ เรียนรู้ ปรับปรุงแก้ไข และให้เราเติบโตขึ้น

8. การคิดเชิงนวัตกรรม (Innovative thinking) หมายถึงกระบวนการคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆและนวัตกรรม จากทักษะและกระบวนการคิดแบบต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อผู้คน สังคม โลก ออกมาเป็นรูปธรรม และสามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้

9. การคิดเชิงระบบ (System thinking) หมายถึง กระบวนการคิดอย่างเป็นขั้นตอน การมองภาพรวมอย่างเป็นระบบ มีส่วนประกอบย่อยๆ มีขั้นตอน และรายละเอียดแยกย่อยออกมา และเชื่อมโยงกับระบบต่างๆ
10.คิดแก้ปัญหา (Problem solving) หมายถึง ความสามารถทางสมองในการขจัดสภาวะความไม่สมดุลที่เกิดขึ้น โดยพยายาม ปรับตัวเองและสิ่งแวดล้อมให้ผสมกลมกลืนกลับเข้าสู่สภาวะสมดุลหรือสภาวะที่เราคาดหวัง


กิจกรรม

อาจารย์ได้แจกกระดาษให้กับนักศึกษาและให้นักศึกวาดรูป วงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม
และให้ต่อเติมเป็นรูปต่างๆตามคิดของเรา เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และคิดอย่างเร็ว


🍓Assessment (การประเมิน)🍓

🌺Our self : เข้าเรียนตรงเวลาตั้งใจฟัง
🌺Friend : เพื่อนทุกคนตั้งใจฟังและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
🌺Teacher : อาจารย์มีการเตรียมความพร้อมมาดี